ตอนนี้ผมก็ได้เปลี่ยนตัวเองมาใช้ kubuntu แล้ว ซึ่งอยากจะรู้ว่าทางฝั่งของ kde นั้นมีอะไรบ้าง หลังจากนั่งใช้ Desktop Environment ของฝั่ง gnome มานาน ซึ่ง แว๊บแรกที่เห็นก็…ดีนะครับ สวยดี Application ต่างๆก็มีมาให้อย่างครบครัน(โดยเฉพาะ Bluetooth OBEX Client ซึ่งสามารถส่งไฟล์ผ่านทาง Bluetooth ได้ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ฝั่ง Gnome ไม่มีให้!!!) แต่มันก็ยังมีข้อที่ผมไม้ชอบอยู่หลายๆอย่าง เช่น Adept เนี่ย มันดันตั้ง Proxy ไม่ได้ (ทำให้ผมไม่สามารถติดตั้ง Application ผ่านทางมันได้เลย แต่ Synaptic กลับไม่มีปัญหา!!!! แต่ยังไงก็ตามผมก็ใช้ apt-get ผ่าน Konsole อยู่ดี เออ!!! แล้วจะบ่นทำไม) ส่วนโปรแกรม Kopete ก็เป็นเหมือนกัน คือตั้ง Proxy ไม่ได้เหมือนกัน (เลยอด Chat กับเพื่อนเลย ช่วงนี้ T-T) ส่วนอย่างอื่นก็ดูดีมีชาติตระกูลดีครับ สวยดี จุดที่ชอบก็ คือ หนูเกด (Kate) เป็น IDE ที่มี Terminal พ่วงมาให้ด้วย ก็สะดวกสบายดีเหมือนกัน และก็ Amarok อันนี้ ผมว่าเป็น Music Player ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยใช้มาของ Opensource เลย แต่เพื่อนผมบางคนไม่ค่อยชอบ KDE เพราะว่ามันมีเหตุผลว่า “มันเหมือน Windows เลยอ่ะ แม้แต่เสียงที่ Log Out -_-” “จริงๆคือ เมนูต่างๆนั้นอาจจะดูรกไปหน่อย เมื่อเทียบกับ Gnome ส่วน eyescandy นั้น คราวนี้ผมลง Compiz-Fussion ครับ เห็นรุ่นน้องบอกว่าเจ๋งดีเลยลองเล่นดู ปรากฎว่า… ผมคิดว่ามันยังไม่ค่อยสมบูรณ์นะ เมื่อเทียบกับ Berly จากหน้าตาของ GUI แต่ของเล่นมีให้เล่นมากกว่า (เมาส์ลากแล้วไฟลุกนี่ ก็เท่ห์ดีแฮะ) ซึ่งส่วนใหญ่ผมคิดว่าเรื่อง Application ต่างๆบน KDE เนี่ยมันมีเยอะกว่า และคุณภาพดีกว่าฝั่ง Gnome หน่อยนะครับ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความใช้งานง่ายเนี่ย ผมว่า Gnome น่าจะง่ายกว่านะ(หรือเพราะเราถนัดกว่าก็ไม่รู้แฮะ) ก็พูดง่ายๆล่ะกันว่า ก็ดีกันไปคนละอย่าง คนละนิด คนละหน่อย ก็ว่าอาจจะใช้ต่อสักพักเพื่อให้รู้บ้างว่า KDE มันเป็นอย่างไรบ้าง เผื่อมีใครมาถามว่ามันต่างกันยังไงบ้าง จะได้ตอบถูก อิอิอิ
ปล. แต่เคืองมากเลยไอ้เจ้า Kopete เนี่ย หาทาง set มันผ่าน Proxy ของ ม. ไม่ได้ซักที ใครรู้ก็บอกกันบ้างนะครับ
ปล2.คิดว่าอาจจะไปเล่น XFCE ดูบ้างนะ น่าสนใจดี เห็นใน Web บอกว่ามัน light-weight ที่สุดแล้ว (แต่ Application ให้เล่นคงน้อยหน้าดูเลยหล่ะ)
ปล3. คราวหน้าคิดว่าคงมาลงเรื่อง wine-door อ่ะนะ เล่นอยู่พักนึง เจ๋งดี ง่ายดี สำหรับใช้ Wine